เมื่อชีวิตจริงไร้ความหมาย การเอาชีวิตรอดในโลกที่ทุกเกมคือ生死อาจกลายเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้คุณรู้สึกมีชีวิต อลิสในแดนมรณะ (Alice in Borderland) ซีรีส์ญี่ปุ่นจาก Netflix ที่พลิกโฉมแนว survival game ด้วยความลุ่มลึกทางจิตวิทยาและภาพที่อลังการไม่แพ้หนังฮอลลีวูด กองบรรณาธิการของเราขอพาคุณไปสำรวจโลกที่ทุกการตัดสินใจมีค่ามากกว่าที่คิด
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ อาริสุ เรียวเฮ หนุ่มนักเล่นเกมที่ไร้จุดหมายในชีวิต และเพื่อนสนิทอีกสองคนได้ตื่นขึ้นมาพบว่าโตเกียวที่พวกเขารู้จักกลับกลายเป็นเมืองร้างที่เต็มไปด้วยปริศนา พวกเขาถูกบังคับให้เข้าร่วมเกมอันตรายที่วัดกันด้วยชีวิต โดยมี 'วีซ่า' เป็นตัวกำหนดเวลาที่เหลืออยู่ หากทำภารกิจสำเร็จจะได้วีซ่าเพิ่ม มิฉะนั้นจะถูกประหารชีวิตทันที เกมแต่ละเกมถูกออกแบบโดยใช้ไพ่เป็นสัญลักษณ์ แบ่งตามความยากและประเภท เช่น เกมที่ใช้กำลัง (โพดำ) เกมที่ใช้สติปัญญา (โพธิ์) เกมที่ใช้ไหวพริบ (ดอกจิก) และเกมที่ใช้จิตวิทยา (หัวใจ) ซึ่งเป็นประเภทที่โหดร้ายที่สุดเพราะเล่นกับความไว้ใจของมนุษย์
อาริสุและเพื่อนร่วมทางที่ชื่อ อุซางิ สาวนักปีนเขาที่ช่ำชอง ต้องร่วมมือกันเพื่อไขปริศนาของโลกนี้และหาทางกลับบ้านเกิด ระหว่างทางพวกเขาได้พบกับตัวละครหลากสีสัน ทั้งคนที่ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อมีชีวิตอยู่ และคนที่แสวงหาอำนาจเหนือผู้อื่น ความสัมพันธ์และการตัดสินใจในแต่ละเกมจะค่อยๆ เผยให้เห็นแง่มุมที่มืดมนของมนุษย์
งานการแสดงและตัวละคร
เคนโตะ ยามาซากิ ในบทอาริสุ ถ่ายทอดอารมณ์ของคนที่หลงทางในชีวิตได้อย่างน่าเชื่อถือ ตั้งแต่ความเฉื่อยชาในโลกจริงไปจนถึงความตื่นตัวและความกล้าหาญที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในแดนมรณะ เทา ซึจิยะ ในบทอุซางิก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ด้วยความแข็งแกร่งและความเปราะบางที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว เคมีของทั้งคู่สร้างความอบอุ่นท่ามกลางความโหดร้าย
ตัวละครสมทบอย่าง ชิซึยะ (นิจิโร มุราคามิ) และ คุอินะ (อายะ อาซาฮินะ) ก็ไม่เป็นรอง ทั้งคู่นำเสนอมุมมองที่แตกต่างในการเอาชีวิตรอด ชิซึยะผู้เย็นชาและฉลาดหลักแหลมมักสร้างความประหลาดใจ ในขณะที่คุอินะผู้แข็งแกร่งและมีอดีตอันเจ็บปวดก็ทำให้เราเห็นว่าความอ่อนแออาจซ่อนเร้นอยู่ในทุกคน นักแสดงทุกคนทุ่มเทเต็มที่ ทำให้เราเชื่อในโลกที่ไร้ความปรานีนี้
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
งานสร้างของ อลิสในแดนมรณะ คืออีกหนึ่งไฮไลท์ที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้โดดเด่น การถ่ายทำใช้สถานที่จริงในโตเกียวที่ถูกทำให้รกร้างไร้ผู้คน สร้างบรรยากาศทั้งสวยงามและน่าขนลุกในเวลาเดียวกัน ฉากแอ็กชันถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะเกมที่ใช้ความเร็วและความแม่นยำ เช่น เกมวิ่งไล่จับในตึกที่ทำให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
กำกับโดย ชินสุเกะ ซาโตะ ซึ่งมีผลงานด้านภาพยนตร์และซีรีส์มากมาย เขาสามารถควบคุมจังหวะของเรื่องได้ดีเยี่ยม ช่วง tense ก็กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ช่วงพักก็ให้ผู้ชมได้หายใจและทำความรู้จักตัวละครมากขึ้น ดนตรีประกอบโดย ยูทากะ ยามาดะ และ โทชิฮิโระ ซาฮาชิ ช่วยเพิ่มอารมณ์ให้ทุกฉาก ไม่ว่าจะเป็นความตื่นเต้น ความเศร้า หรือความหวัง
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
สิ่งที่ทำให้ อลิสในแดนมรณะ แตกต่างจากซีรีส์แนว survival ทั่วไปคือการตั้งคำถามเชิงปรัชญาที่ซ่อนอยู่ในทุกเกม เกมประเภทหัวใจ (♥) เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด เพราะมันบีบให้ผู้เล่นต้องเลือกระหว่างการทรยศหรือเสียสละ ซึ่งสะท้อนถึงธรรมชาติของมนุษย์ที่แท้จริง ซีรีส์ไม่ได้มีแค่ความสนุกของการเอาชีวิตรอด แต่ยังชวนให้เราคิดว่า 'ชีวิตที่มีความหมาย' คืออะไรกันแน่
นอกจากนี้ การใช้สัญลักษณ์จาก Alice in Wonderland ก็แยบยล ไม่ว่าจะเป็นชื่อตัวละครที่มาจากกระต่าย (Usagi) หรือหมวกพ่อมด (Mad Hatter) หรือแม้แต่แนวคิดของ 'โลกใต้ดิน' ที่ถูกพลิกกลับด้าน ซีรีส์ชวนให้เราตั้งคำถามกับความเป็นจริงรอบตัว และท้าทายให้เรามองโลกในมุมที่ต่างออกไป
สรุป
<p><strong>อลิสในแดนมรณะ</strong> คือซีรีส์ที่ควรค่าแก่การดูสำหรับคนที่ชื่นชอบแนวเอาชีวิตรอด เกมปริศนา และการวิเคราะห์จิตใจมนุษย์ งานสร้างคุณภาพสูงและการแสดงที่ทรงพลังทำให้เรื่องนี้โดดเด่นเหนือซีรีส์แนวเดียวกันหลายเรื่อง แม้จะมีจุดอ่อนเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วเป็นผลงานที่ทั้งสนุกและชวนคิด เหมาะกับคอซีรีส์ที่อยากได้อะไรที่มากกว่าแค่ความบันเทิงผิวเผิน</p>
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +งานสร้างระดับภาพยนตร์ ภาพสวยและสมจริง
- +บทแน่น มีชั้นเชิงทางจิตวิทยา
- +นักแสดงทุกคนถ่ายทอดบทบาทได้ยอดเยี่ยม
- +เกมแต่ละเกมออกแบบได้ฉลาดและตื่นเต้น
- +ดนตรีประกอบเข้ากับบรรยากาศได้ดี
👎 จุดด้อย
- −บางช่วงของซีซัน 2 อาจยืดเยื้อเล็กน้อย
- −ตัวละครบางตัวได้รับการพัฒนาน้อยเกินไป
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ปัจจุบันมี 2 ซีซัน รวม 16 ตอน (ซีซัน 1 มี 8 ตอน, ซีซัน 2 มี 8 ตอน) และมีซีซัน 3 ที่กำลังจะออกฉาย
ดัดแปลงจากมังงะชื่อเดียวกันของ Haro Aso ซึ่งตีพิมพ์ระหว่างปี 2010 ถึง 2016
มีฉากเลือดและความรุนแรงพอสมควร แต่ไม่ถึงกับสยองขวัญ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบแนว survival และดราม่าเข้มข้น
แม้จะเป็นแนว survival game เหมือนกัน แต่ Alice in Borderland มีองค์ประกอบไซไฟและแฟนตาซีมากกว่า เกมซับซ้อนกว่า และเน้นปริศนาและการไขความลับของโลกคู่ขนาน