เคยสงสัยไหมว่าถ้าคุณถูกกำหนดให้เป็นผู้กล้าแต่กลับถูกยกเลิกโครงการกลางคัน จะเกิดอะไรขึ้น? ซีรีส์ ถ้าเป็นผู้กล้าได้ คงไม่ต้องมาฝืนทำงานแบบนี้หรอก (หรือชื่ออังกฤษ The Ambition of Oda Nobuna) พาเราย้อนไปในโลกที่การเป็นผู้กล้าเป็นอาชีพหนึ่ง แต่แล้ววันหนึ่งระบบผู้กล้าก็ล่มสลาย ทำให้เด็กหนุ่มที่เตรียมตัวทั้งชีวิตต้องผันตัวมาเป็นพนักงานขายในร้านไอเทมเวทมนตร์ แล้ววันหนึ่งก็มีเด็กสาวปริศนามาสมัครงาน ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นลูกสาวจอมมาร!
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเกิดขึ้นในดินแดนทางเหนือที่ถูกปกครองโดยราชาปีศาจ ระบบการคัดเลือกผู้กล้าถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อปราบจอมมาร แต่แล้ววันหนึ่งผู้กล้าที่ไม่ทราบชื่อสามารถโค่นจอมมารได้ก่อน ทำให้โครงการคัดเลือกผู้กล้าต้องล้มเลิกไปอย่างกะทันหัน Raul Chaser นักเรียนระดับหัวกะทิที่หวังจะเป็นผู้กล้ากลับต้องพบกับความผิดหวังและต้องออกหางานทำ เขาได้งานเป็นพนักงานขายในร้านขายไอเทมเวทมนตร์เล็กๆ ชื่อ "Magic Shop" และใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ จนกระทั่งวันหนึ่งมีเด็กสาวผมสีชมพูอายุประมาณ 15 ปีชื่อ Phino Bloodstone มาสมัครงานพาร์ทไทม์ เธอไม่มีเซนส์ด้านการขายเลยแม้แต่น้อย และที่สำคัญเธอคือลูกสาวของจอมมารที่ถูกโค่นล้มไปแล้ว! การมาของเธอทำให้ชีวิตของ Raul เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขาต้องทำงานร่วมกัน และต้องเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทั้งตลก วุ่นวาย และเต็มไปด้วยอันตราย
งานการแสดงและตัวละคร
นักพากย์เสียงทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ Azusa Tadokoro ในบท Phino ที่สามารถถ่ายทอดความไร้เดียงสาและพลังอันล้นเหลือของตัวละครได้อย่างน่ารักน่าเอ็นดู ขณะที่ Keisuke Komoto ในบท Raul ก็ให้ความรู้สึกถึงความเหนื่อยหน่ายและความรับผิดชอบของมนุษย์เงินเดือนได้อย่างสมจริง ตัวละครอื่นๆ อย่าง Airi, Seara, Visor และ Lamdimia ต่างมีบทบาทที่ช่วยขับเคลื่อนเรื่องราวและเพิ่มสีสันให้กับซีรีส์ แม้ว่าบางตัวละครจะค่อนข้างตายตัว แต่ก็ยังคงความสนุกและน่าติดตาม
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ด้วยงบประมาณที่จำกัด งานภาพของซีรีส์เรื่องนี้อาจไม่สวยงามอลังการ แต่ก็ทำออกมาได้พอใช้และมีความน่ารักในสไตล์ของตัวเอง โดยเฉพาะดีไซน์ตัวละครที่ดูสดใสและเหมาะกับแนวตลก-ผจญภัย ดนตรีประกอบโดยรวมก็ไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่ก็ช่วยเสริมอารมณ์ของแต่ละฉากได้ดี เพลงเปิดที่สนุกและเพลงปิดที่อบอุ่นช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับซีรีส์
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการมองว่าซีรีส์เรื่องนี้มีแนวคิดที่น่าสนใจคือการนำเสนอชีวิตหลังความฝันของคนที่เคยถูกกำหนดให้ยิ่งใหญ่ แต่กลับต้องมาทำงานธรรมดา มันสะท้อนถึงความจริงที่ว่าในชีวิตจริงก็มีคนจำนวนมากที่ต้องเปลี่ยนแผนเมื่อความฝันไม่เป็นจริง ถ้าเป็นผู้กล้าได้ คงไม่ต้องมาฝืนทำงานแบบนี้หรอก เล่าเรื่องด้วยน้ำหนักที่เบาสบาย แทรกมุกตลกและความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร แต่ก็มีช่วงดราม่าและแอ็กชันให้ลุ้น อย่างไรก็ตาม การดำเนินเรื่องบางช่วงอาจรู้สึกยืดเยื้อและตัวละครบางตัวยังขาดการพัฒนา การใช้แนวคิด "ผู้กล้าตกงาน" เป็นจุดขายก็อาจไม่ลงลึกเท่าที่ควร แต่โดยรวมแล้วก็เป็นซีรีส์ที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบแนวแฟนตาซีคอมเมดี้เบาสมอง
สรุป
สรุปแล้ว ถ้าเป็นผู้กล้าได้ คงไม่ต้องมาฝืนทำงานแบบนี้หรอก เป็นซีรีส์ที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูอะไรเบาๆ สมองไม่ต้องคิดมาก มีมุกตลก และตัวละครน่ารัก ถ้าคุณชอบแนวแฟนตาซีที่ไม่ได้จริงจังมาก และอยากเห็นชีวิตหลังความฝันสลายของอดีตผู้กล้า ก็ควรลองดู แต่ถ้าคาดหวังงานภาพสวยหรือเนื้อเรื่องลึกซึ้ง อาจจะผิดหวัง
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +แนวคิดพลิกโลกของผู้กล้าตกงานน่าสนใจ
- +ตัวละครหลักน่ารักและเคมีเข้ากันดี
- +มุกตลกสอดแทรกได้เหมาะกับวัยรุ่น
👎 จุดด้อย
- −งานภาพและแอนิเมชั่นไม่โดดเด่น
- −เนื้อเรื่องบางช่วงยืดเยื้อและซ้ำซาก
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ซีรีส์มีทั้งหมด 12 ตอน จบในซีซันเดียว
เหมาะสำหรับวัยรุ่นขึ้นไป เนื่องจากมีฉากต่อสู้เบาๆ และมุกตลกที่ไม่รุนแรง
ใช่ ซีรีส์นี้ดัดแปลงจากไลต์โนเวลของ Jun Sakio และมีฉบับมังงะด้วย
มีบ้างเล็กน้อยระหว่าง Raul และ Phino แต่เน้นไปที่ความสัมพันธ์แบบเพื่อนร่วมงานมากกว่า