หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เติบโตมากับซีรีส์แวมไพร์ในยุค 2000s คงไม่มีชื่อไหนจะโดดเด่นเท่า The Vampire Diaries หรือในชื่อไทยว่า บันทึกรักเทพบุตรแวมไพร์ ซีรีส์ที่สร้างจากนวนิยายขายดีของ L.J. Smith และถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ชุดทางช่อง CW ตั้งแต่ปี 2009 ถึง 2017 รวม 8 ซีซัน 171 ตอน แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่เสน่ห์ของสองพี่น้องซาลวาทอร์และเอเลน่าก็ยังไม่เสื่อมคลาย
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเกิดขึ้นในเมืองมิสติกฟอลส์ รัฐเวอร์จิเนีย เอเลน่า กิลเบิร์ต (Nina Dobrev) เด็กสาวที่เพิ่งสูญเสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เธอพยายามใช้ชีวิตตามปกติท่ามกลางความเศร้า จนกระทั่งได้พบกับสเตฟาน ซาลวาทอร์ (Paul Wesley) ชายหนุ่มปริศนาที่ดูดีและมีมนต์ขลัง แต่ความจริงแล้วสเตฟานคือแวมไพร์อายุ 162 ปี ที่กลับมาเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่และพยายามควบคุมความกระหายเลือดของตัวเอง อย่างไรก็ตาม เดม่อน (Ian Somerhalder) พี่ชายของสเตฟานก็ปรากฏตัวขึ้นด้วยเป้าหมายที่แตกต่าง ทั้งคู่ต่างมีปมในอดีตที่เชื่อมโยงกับเอเลน่า ซึ่งหน้าตาเหมือนกับแคทเธอรีน เพียร์ซ อดีตคนรักที่ทำให้พวกเขากลายเป็นแวมไพร์ การแข่งขันเพื่อเอาชนะใจเอเลน่าจึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับความลับของเมืองที่ซุกซ่อนสิ่งเหนือธรรมชาติมากมาย ทั้งมนุษย์หมาป่า แม่มด และผีดิบ
งานการแสดงและตัวละคร
หัวใจสำคัญของซีรีส์นี้คือนักแสดงนำที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม Nina Dobrev รับบทสองบทบาทที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ทั้งเอเลน่าผู้อ่อนโยนและแคทเธอรีนผู้เจ้าเล่ห์ เธอทำได้อย่างยอดเยี่ยมในการสลับบุคลิกโดยไม่ให้观众สับสน Paul Wesley ในบทสเตฟาน แวมไพร์ผู้มีจิตใจดีงามและพยายามต่อสู้กับความมืดในตัวเอง แสดงถึงความขัดแย้งภายในได้ดี ขณะที่ Ian Somerhalder ในบทเดม่อน กลับกลายเป็นตัวละครที่โดดเด่นที่สุด ด้วยเสน่ห์ร้ายกาจและพัฒนาการทางอารมณ์ที่ซับซ้อน ทำให้ผู้ชมเอาใจช่วยเขาไม่น้อย ตัวละครสมทบอย่างบอนนี (Kat Graham) เพื่อนแม่มดผู้แข็งแกร่ง และเจเรมี (Steven R. McQueen) น้องชายของเอเลน่า ก็มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่อง
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ซีรีส์นี้กำกับโดยผู้กำกับหลายคน แต่ได้ Kevin Williamson และ Julie Plec เป็น showrunner ซึ่งทั้งคู่มีประสบการณ์จาก Dawson's Creek และ Kyle XY ทำให้การเล่าเรื่องมีจังหวะที่ลงตัว ภาพของมิสติกฟอลส์ถูกถ่ายทอดออกมาได้สวยงามสมกับเป็นเมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความลึกลับ โดยเฉพาะฉากในสุสานและคฤหาสน์ซาลวาทอร์ที่สร้างบรรยากาศหลอนและโรแมนติกไปพร้อมกัน ดนตรีประกอบโดย Michael Suby ช่วยเสริมอารมณ์ของแต่ละฉาก โดยเฉพาะเพลงแนวอินดี้ร็อคและคลาสสิกที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี เช่น เพลง "Never Let Me Go" ของ Florence + The Machine ที่กลายเป็นเพลงประจำซีรีส์ไปโดยปริยาย
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการมองว่า The Vampire Diaries เป็นซีรีส์ที่ก้าวข้ามข้อจำกัดของแนวแวมไพร์ในยุคนั้น ด้วยการผสมผสานประวัติศาสตร์ครอบครัว ความรักที่ซับซ้อน และองค์ประกอบเหนือธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน จุดแข็งที่ทำให้ซีรีส์นี้ยังคงได้รับความนิยมคือการพัฒนาตัวละครที่เติบโตขึ้นตามกาลเวลา โดยเฉพาะเดม่อนที่จากวายร้ายกลายเป็นพระเอกขวัญใจมหาชน หรือแคทเธอรีนที่แม้จะเป็นตัวร้ายแต่กลับมีเหตุผลในแบบของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ซีรีส์มีปัญหาด้านความต่อเนื่องของเนื้อเรื่องในซีซันหลังๆ ที่บางครั้งรู้สึกยืดเยื้อ และการตาย-ฟื้นคืนชีพของตัวละครที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนผู้ชมเริ่มชินชา แต่โดยรวมแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของ "guilty pleasure" ที่ดูสนุกและติดตามได้เรื่อยๆ
สรุป
The Vampire Diaries คือซีรีส์ที่ควรค่าแก่การดูสำหรับแฟนแนวแวมไพร์และดราม่า แม้จะมีข้อเสียเรื่องความยืดเยื้อในซีซันหลัง แต่ด้วยการแสดงที่ยอดเยี่ยมและเนื้อเรื่องที่ชวนติดตาม ก็ยังคงเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่สร้างความทรงจำให้กับผู้ชมทั่วโลก หากคุณยังไม่เคยดู เริ่มต้นวันนี้แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมมันถึงเป็นตำนาน
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +นักแสดงนำทุกคนเคมีเข้ากันดี โดยเฉพาะสามเหลี่ยมรักเอเลน่า-สเตฟาน-เดม่อน
- +เนื้อเรื่องมีปมและพลิกผันตลอดเวลา ไม่น่าเบื่อ
- +ตัวละครสมทบมีมิติและบทบาทสำคัญไม่แพ้ตัวเอก
- +เพลงประกอบเพราะและเข้ากับบรรยากาศ
- +งานสร้างและ CGI ในยุคนั้นถือว่าทำได้ดี
👎 จุดด้อย
- −ซีซันหลังๆ เนื้อเรื่องเริ่มยืดเยื้อและซ้ำซาก
- −การตาย-ฟื้นคืนชีพของตัวละครเกิดขึ้นบ่อยจนลดความตื่นเต้น
- −บางช่วงของซีรีส์ดราม่าเยอะเกินไปจนอารมณ์ขึ้นลง
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ซีรีส์มีทั้งหมด 8 ซีซัน 171 ตอน
เกี่ยวข้องกัน The Originals เป็นซีรีส์แยกที่เน้นเรื่องราวของครอบครัวไมเคิลสัน ซึ่งเป็นตัวละครที่ปรากฏตัวใน The Vampire Diaries ซีซัน 2-4
ไม่สปอยล์ แต่บอกได้ว่าตอนจบของซีรีส์ให้ความรู้สึกสมบูรณ์และปิดเรื่องราวของตัวละครหลักได้ดี
หากคุณชอบซีรีส์แนวแวมไพร์ ดราม่าวัยรุ่น และมีความรักสามเส้า The Vampire Diaries เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม